- รายงานผู้บริโภคด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนประจำปี 2026 ของ Trip.com Group เผยนักเดินทางไทย 83.8% ตั้งใจเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้น ขณะที่ 88.5% ระบุว่าตัวเลือกด้านความยั่งยืนมีผลต่อการเลือกแพลตฟอร์มจองการเดินทางออนไลน์ (OTA)
- Trip.com เปิดตัว My Travel Impact รวบรวมข้อมูลการเข้าพักในโรงแรมที่ได้รับการรับรองด้านความยั่งยืน และการประเมินปริมาณคาร์บอนที่ลดได้จากการเดินทางด้วยเที่ยวบินและรถไฟไว้ในแดชบอร์ดเดียว
รายงานผู้บริโภคด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนประจำปี 2026 ของ Trip.com Group เผยว่า นักเดินทางไทยเกือบทั้งหมด (95.0%) ระบุว่าความยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเดินทาง และ 83.8% ตั้งใจเลือกตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้น ขณะที่ผลสำรวจโดยรวมในระดับโลกพบว่า นักเดินทาง 3 ใน 4 ซึ่งคิดเป็น 75.4% ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในการตัดสินใจเดินทาง และ 56.8% ตั้งใจเลือกตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้น


ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (80.8%) เป็นแรงจูงใจอันดับหนึ่งที่ทำให้นักเดินทางไทยเลือกตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้น รองลงมาคือการอนุรักษ์จุดหมายปลายทางไว้ให้คนรุ่นหลัง (68.8%) และการสนับสนุนเศรษฐกิจและชุมชนท้องถิ่น (54.8%)
My Travel Impact รวบรวมทางเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนไว้ในที่เดียว
ผลสำรวจในประเทศไทยยังชี้ให้เห็นว่า ตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนมีอิทธิพลต่อการเลือกแพลตฟอร์มจองการเดินทางออนไลน์ (OTA) อย่างชัดเจน โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 88.5% ระบุว่าตัวเลือกด้านความยั่งยืนที่แพลตฟอร์มนำเสนอมีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการในระดับมากหรือค่อนข้างมาก ขณะที่สิ่งที่นักเดินทางต้องการจากแพลตฟอร์ม OTA มากที่สุด ได้แก่ เคล็ดลับการเดินทางอย่างยั่งยืน (51.3%) รองลงมาคือป้ายสัญลักษณ์ที่ระบุตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนอย่างชัดเจน (49.0%) และคำแนะนำพร้อมการวางแผนการเดินทางด้วย AI (43.3%)
- โรงแรม: แสดงจำนวนคืนที่เข้าพักในโรงแรมหรือที่พักที่ได้รับป้าย Certified Sustainable ของ Trip.com โดยพิจารณาจากการรับรองของหน่วยงานภายนอกที่ได้รับการยอมรับ
- เที่ยวบิน: แสดงปริมาณการปล่อยคาร์บอนที่คาดว่าจะลดลงจากการเลือกเที่ยวบินที่ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่า เมื่อมีข้อมูลที่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้ โดยอ้างอิง Travel Impact Model ที่แนะนำโดย Travalyst
- รถไฟ: แสดงปริมาณการปล่อยคาร์บอนที่คาดว่าจะลดลงจากการเลือกเดินทางด้วยรถไฟแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน เมื่อมีข้อมูลที่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้
ฟีเจอร์ My Travel Impact รวบรวมข้อมูลที่เดิมกระจายอยู่ตามผลิตภัณฑ์และบริการด้านการเดินทางต่าง ๆ มาไว้ในแดชบอร์ดเดียว ช่วยให้นักเดินทางมองเห็นและเข้าใจตัวเลือกการเดินทางของตนเองได้ง่ายยิ่งขึ้น
นักเดินทางไทยมองว่า กิจกรรมที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ได้แก่ การสัมผัสวัฒนธรรมและมรดกท้องถิ่นแบบดั้งเดิม (50.5%) การสำรวจธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้ง (47.0%) การเดินทางด้วยรถไฟชมวิว (34.3%) และการเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์สัตว์ป่าหรือธรรมชาติ (33.5%)
นอกจากนี้ ความยั่งยืนยังมีอิทธิพลต่อการเลือกจุดหมายปลายทาง โดยการมีระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพหรือทางเลือกการเดินทางที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ (56.0%) และการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม (50.6%) เป็นสองปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเดินทางอยากไปเยือนจุดหมายปลายทางนั้นมากขึ้น
ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงวิธีวางแผนการเดินทาง
สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงเริ่มส่งผลต่อการวางแผนการเดินทางของคนไทย โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 87.8% ระบุว่าเคยปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางอย่างน้อยหนึ่งครั้งเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง ขณะที่ผลสำรวจในระดับโลกพบว่า นักเดินทาง 62.0% เคยปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางอย่างน้อยหนึ่งครั้งจากผลกระทบของสภาพอากาศสุดขั้ว โดยรูปแบบการปรับเปลี่ยนที่พบ ได้แก่ การเลื่อนหรือจัดตารางการเดินทางใหม่ (29.9%) การเปลี่ยนฤดูกาลหรือช่วงเวลาเดินทาง (23.6%) และการเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง (21.9%)
ผลสำรวจในระดับโลกพบว่า Gen Z และ Millennials เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเลือกการเดินทางอย่างยั่งยืนมากที่สุด โดย Gen Z เกือบ 7 ใน 10 (69.5%) ตั้งใจเลือกตัวเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้น รองลงมาคือ Millennials (63.0%) Gen X (50.6%) และ Baby Boomers (40.6%)
ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยความร่วมมือในอุตสาหกรรม
Trip.com Group ทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม เช่น Global Sustainable Tourism Council (GSTC) และ Travalyst เพื่อสนับสนุนการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่น่าเชื่อถือ รวมถึงการพัฒนาข้อมูลการปล่อยคาร์บอนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ขณะเดียวกัน แนวทางการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบจากองค์กรต่าง ๆ เช่น WWF ยังช่วยให้ Trip.com Group สามารถแบ่งปันเคล็ดลับการเดินทางอย่างยั่งยืนที่นักเดินทางสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง
